สวนยางที่มีต้นยางอายุกว่า 25 ปีขึ้นไป หรือต้นยางทรุดโทรมเสียหาย หรือ ต้นยางที่ได้ผลน้อย ไม่คุ้มค่ากับการบำรุงรักษาและแรงงานในการกรีดยาง สวนยางดังกล่าวสามารถนำมาขอรับการสงเคราะห์เพื่อปลูกแทนใหม่ด้วยยางพาราหรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดอื่นได้
สวนยางที่จะขอรับการสงเคราะห์ปลูกแทนนั้น ต้องมีเนื้อที่สวนยางไม่น้อยกว่า 2 ไร่ แต่ละไร่มีต้นยางไม่น้อยกว่า 10 ต้น และโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าไร่ละ 25ต้น สวนยางนั้นต้องไม่เป็นที่ดินหวงห้ามของทางราชการ หรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือป่าที่อยู่ระหว่างดำเนินการสงวน หรือป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดไว้ให้เป็นป่าถาวรอันเป็นสมบัติของชาติ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยราชการผู้รับผิดชอบให้เป็นผู้มีสิทธิทำกิน หรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นการชั่วคราวเพื่อการทำสวนยาง
การยื่นขอรับการสงเคราะห์เพื่อปลูกแทน ผู้ยื่นขอจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีผู้ยื่นขอเป็นบุคคลทั่วไป
(1) เป็นบุคคลสัญชาติไทย
(2) ป็นเจ้าของสวนยางโดยมีหลักฐานการมีสิทธิ์ในที่ดินหรือมีหลักฐานการครอบครองที่ดินสวนยางตามที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด หรือเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินสวนยางมือเปล่าโดยชอบด้วยกฎหมายต่อเนื่องกันมากกว่า 10 ปี หรือผู้รับโอนสวนยางจากผู้มีสิทธิครอบครองดังกล่าว ซึ่งต้องมีหนังสือรับรองจากส่วนราชการที่รับผิดชอบว่า ไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตหวงห้ามของทางราชการประกอบด้วย
(3) เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของสวนยางให้ทำการ
แทน
(4) เป็นผู้เช่าสวนยางของผู้อื่นเพื่อผลิตยาง โดยมีสัญญาเช่า
(5) เป็นผู้มีสิทธิได้รับผลิตผลจากต้นยางในสวนยาง โดยได้รับความยินยอมจาก
เจ้าของ สวนยางเป็นลายลักษณ์อักษร
(6) เป็นผู้เช่าที่ดินของผู้อื่นเพื่อสร้างสวนยาง โดยมีสัญญาเช่า
(7) เป็นเจ้าของสวนยางที่ได้รับอนุญาตให้เช่าทำสวนยางในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
หรือวนอุทยานแห่งชาติ หรือเขตหวงห้ามของทางราชการ โดยมีหลักฐานอนุญาตซึ่งทางราชการออกให้
กรณีผู้ยื่นขอเป็นนิติบุคคล
1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
2. มีหลักฐานการมีสิทธิ์ในที่ดินหรือมีหลักฐานการครอบครองที่ดินสวนยางตามที่
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด หรือผู้รับโอนสวนยางจากผู้มีสิทธิครอบครองดังกล่าว
3. เป็นผู้เช่าสวนยางของผู้อื่นเพื่อผลิตยาง โดยมีสัญญาเช่า
4. เป็นผู้มีสิทธิได้รับผลิตผลจากต้นยางในสวนยาง โดยได้รับความยินยอมจาก
เจ้าของสวนยางเป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นขอรับการสงเคราะห์ปลูกแทน
1. แบบพิมพ์คำขอรับการสงเคราะห์ ส.ก.ย. 1 จำนวน 2 ฉบับ
2. สำเนาบัตรประชาชน หรือ บัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประชาชนของผู้ขอรับการ
สงเคราะห์ / ตัวแทน จำนวน 2 ฉบับ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ
3. ผู้ขอรับการสงเคราะห์ / ตัวแทน ที่เป็นบุคคลต่างด้าวให้แสดงใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว พร้อมสำเนา จำนวน 1 ฉบับ
4. ผู้ขอรับการสงเคราะห์ที่เป็นนิติบุคคล ให้แสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัท จำกัด พร้อมสำเนา จำนวน 2 ฉบับ ผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล ให้แสดงหนังสือแสดงฐานะว่าเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนหรือผู้แทนที่มีอำนาจดำเนินการของนิติบุคคลดังกล่าว พร้อมสำเนา จำนวน 2 ฉบับ
5. ผู้ขอรับการสงเคราะห์ที่ยื่นขอรับการสงเคราะห์ในฐานะตัวแทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้จัดการมรดก ต้องนำหลักฐานที่แสดงว่าผู้ขออยู่ในฐานะดังกล่าวมาแสดง พร้อมสำเนาจำนวน 2 ฉบับ
6. ผู้ขอรับการสงเคราะห์ยื่นขอรับการสงเคราะห์ในฐานะผู้เช่า ผู้อาศัย หรือผู้มี
สิทธิครอบครองที่ดินร่วมกับผู้อื่นจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของสวนยาง หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินสวนยางร่วม ต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจตามแบบที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางกำหนด และต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรให้เรียบร้อย พร้อมสำเนา 2 ฉบับ
7. กรณีที่สวนยางมีผู้มีสิทธิครอบครองร่วมกันหลายคน ถ้าผู้มีสิทธิครอบครอง
ร่วมคนใดคนหนึ่งยื่นคำขอรับการสงเคราะห์ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองร่วมคนอื่นจะต้องลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ครบทุกคน หรือถ้าผู้มีสิทธิ์ครอบครองร่วมทุกคนมอบอำนาจให้บุคลอื่นที่มิได้มีสิทธิ์ครอบครองร่วมอยู่ด้วยเป็นผู้ขอ ผู้มีสิทธิครอบครองร่วมจะต้องลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ครบทุกคน
8. หนังสือที่แสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินสวนยาง ซึ่งได้แก่เอกสาร
ที่ออกตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 , พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 , พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 , พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการ
เกษตรกรรม พ.ศ. 2518 , พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ให้แสดงฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน
2 ฉบับ
9. กรณีที่ยื่นขอปลูกแทนในที่ดินแปลงใหม่ตามมาตรา 21 ให้นำหลักฐานการมีสิทธิ์ในที่ดิน หรือหลักฐานการครอบครองที่ดินทั้งของสวนยางแปลงเก่าและที่ดินแปลงใหม่มาแสดงพร้อมสำเนา 2 ฉบับ และจะต้องทำหนังสือรับรองของผู้ขอรับการสงเคราะห์ตามมาตรา 21 จำนวน 2 ฉบับ
ผู้ประสงค์ขอรับการสงเคราะห์ปลูกแทนหรือต้องการทราบรายละเอียดการขอรับการสงเคราะห์ปลูกแทนเพิ่มเติม โปรดติดต่อสอบถาม ขอรับแบบฟอร์มคำขอรับการสงเคราะห์ (ส.ก.ย. 1) และ ยื่นคำขอรับการสงเคราะห์ต่อเจ้าพนักงานสงเคราะห์ ที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอ / จังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัด หรือสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โทร 0-2434-0180-919 ต่อ 412 ได้ในวันและเวลาราชการ หรือยื่นต่อเจ้าพนักงานสงเคราะห์ประจำท้องที่ที่สวนยางนั้นตั้งอยู่