ต้นติดตาในถุงเป็นวัสดุปลูกชนิดหนึ่ง ที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกสร้างสวนยางพารา ในเขตปลูกยางใหม่ ที่มีช่วงแล้งยาวนาน รวมถึงการปลูกซ่อมต้นยางที่ตาย เนื่องจากต้นติดตาในถุงมีระบบรากสมบูรณ์ แข็งแรง เป็นผลให้ต้นยางที่ปลูกลงแปลงสามารถทนแล้งได้ดี มีความเจริญเติบโตสม่ำเสมอทั้งแปลง อีกช่วยลดช่วงเวลาของการบำรุงรักษาต้นยางอ่อน จึงสามารถเปิดกรีดเอาผลผลิตได้ เร็วขึ้น



วัสดุอุปกรณ์
ที่จำเป็นในการผลิตต้นติดตาในถุงประกอบด้วย

  1. ดินผสม
  2. เมล็ดยางสด หรือ ต้นกล้า 2 ใบ
  3. อุปกรณ์เตรียมดิน
  4. อุปกรณ์ให้น้ำ
  5. สารเคมีปราบศัตรูพืช
  6. ปุ๋ยบำรุงสูตร 20-8-20 หรือสูตร 20-10-12 ตามความเหมาะสมของดินที่ใช้
  7. ถุงพลาสติกสีดำขนาด 4 ½ - 5 ½ X 14 นิ้ว เจาะรูด้านข้างบริเวณก้นถุง
  8. อุปกรณ์สำหรับติดตายาง




การเลือกพื้นที่แปลงขยายพันธุ์ยางแบบต้นติดตาในถุง

ควรเลือกใช้พื้นที่ราบ ระบายน้ำได้ดี อยู่ใกล้แหล่งน้ำ การคมนาคมสะดวก ง่ายต่อการขนส่ง



การเตรียมพื้นที่

  • ปรับสภาพพื้นที่ให้เรียบสม่ำเสมอเพื่อความสะดวกในการดูแล บำรุงรักษา
  • แบ่งพื้นที่เป็นแปลงย่อยๆแปลงละ ประมาณ 1 ไร่
  • ปราบและเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลงให้สะอาดเรียบร้อย
  • วางแนวสำหรับเรียงถุงต้นกล้า ขุดร่องระบบแถวคู่ ระยะแถวคู่ 20 ซม. ระยะระหว่างแถวประมาณ 100 ซม. ให้ลึกประมาณ 25 ซม.หรือ 2 ใน 3 ของถุงต้นกล้า ส่วนความยาวของร่องขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ เพื่อสะดวกในการให้น้ำ บำรุงรักษา

การเตรียมวัสดุเพื่อใช้ปลูกต้นกล้าในถุง

          นำดินร่วนเหนียว 2 ส่วน ผสมปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน และปุ๋ยหินฟอสเฟตประมาณ 10 กรัมต่อ

ถุง หรือ 5 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใส่ถุงพลาสติกอัดให้แน่น แล้วนำไปจัดวางแบบแถวคู่ในร่อง

ที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว จากนั้นถมดินในร่องให้แน่น เพื่อป้องกันถุงบรรจุดินล้มหรือเอียง

การปลูกและการบำรุงรักษาต้นกล้ายางถุง

  • รดน้ำให้ดินในถุงชุ่มมากที่สุด หากดินยุบให้เติมดินจนเต็มถุง จึงรดน้ำให้ชุ่มอีกครั้งหนึ่ง
  • เพาะเมล็ดยางสดให้งอก ประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากเพาะเมล็ด เก็บเมล็ดที่งอกไปปลูก ทุกวันในถุง ๆ ละประมาณ 2-3 เมล็ด เมล็ดที่ไม่งอกหลัง 15 วันให้คัดทิ้ง
  • รดน้ำเช้า-เย็นให้ดินในถุงชุ่มอยู่เสมอ
  • เมื่อต้นกล้าแตกใบได้ 2 ใบหรืออายุประมาณ 1-1 ½ เดือนคัดเลือกต้นกล้ายางที่มีใบสีเหลือง รากคดงอ และต้นแคระแกรนทิ้ง ให้เหลือเพียงถุงละ 1 ต้น
  • ปราบวัชพืช ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 20-8-20 หรือ 20-10-12 ละลายน้ำในอัตราปุ๋ย 2 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ใส่ต้นกล้ายางเมื่ออายุ 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน และก่อนติดตา 1 เดือน

   





 

การติดตาต้นกล้ายางในถุง

  • เมื่อต้นกล้ายางมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10- 15 มิลลิเมตร ที่ระดับสูงจากพื้นดิน 10 เซนติเมตรหรืออายุประมาณ 6-8 เดือน ให้ติดตาเขียวต้นที่ได้ขนาดโดยเลือกใช้กิ่งตาจากแปลงที่ได้รับการรับรอง และมีบำรุงรักษาอย่างดี
  • หลังจากติดตาประมาณ 3 สัปดาห์ให้ตรวจดูผลของการติดตา ถ้าแผ่นตายังคงมีสีเขียวอยู่แสดงว่าการติดตา เป็นผลสำเร็จ
  • ใช้มีดกรีดพลาสติกด้านตรงข้ามกับตาที่ติดไว้แล้วดึงพลาสติกออก
  • ต้นที่มีแผ่นตาสีคล้ำแสดงว่าติดตาไม่สำเร็จ ให้ติดตาใหม่ที่ด้านตรงกันข้ามอีกครั้งหนึ่ง

 

ต้นติดตาสำหรับใช้ปลูกในแปลง เลือกใช้ได้ 2 ลักษณะ ดังนี้

1 .
ต้นติดตาในถุงที่ตัดยอดแล้ว ตายังไม่แตก ( แบบที่ 1 )

  • ขุดดินที่ข้างร่องของแถวยางแล้วดึงถุงยางออกจากร่อง
  • ตัดยอดต้นติดตายางให้รอยตัดเอียงลงด้านตรงข้ามกับแผ่นตา
  • ตัดแต่งรากยางที่ทะลุออกจากถุงให้หมดแล้วนำไปใช้ปลูกในหลุมที่เตรียมไว้โดย ดึงถุงพลาสติกออกเสียก่อนแล้วกลบดินให้แน่น

การปลูกต้นติดตาในถุงที่ตัดยอดแล้ว ตายังไม่แตก มีข้อดี คือ การขนส่งทำได้ปริมาณมากและสะดวก เกิดความเสียหายจากการขนส่งน้อย ใช้ระยะเวลาการผลิตสั้นกว่าแบบที่ 2 ราคาจึงถูกกว่า แต่ ต้องมีการปลูกซ่อมบ้าง ในกรณีที่ตาไม่แตก เนื่องจากแผ่นตาขาดความสมบูรณ์ระหว่างการติดตา



2 .
ต้นติดตาในถุงที่มีใบ 1 ฉัตร ( แบบที่ 2 )

  • ตัดยอดต้นติดตายางเหนือแผ่นตาประมาณ 10- 15 ซม. ให้รอยตัดลาดเอียงไปทาง ด้านตรงข้ามกับแผ่นตาประมาณ 45 องศา
  • ขุดดินที่ข้างร่องของแถวยาง ดึงถุงต้นติดตายางออกจากร่องเพื่อให้รากหลุดจากพื้นดิน แล้ววางถุงต้นติดตายางไว้ในร่องกลบดินเหมือนเดิม
  • รดน้ำเช้า-เย็นให้ดินในถุงชุ่มอยู่เสมอ
  • ปราบวัชพืช ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 20-8-20 หรือ 20-10-12 ละลายน้ำในอัตรา 2 กิโลกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร เมื่อต้นติดตายางอายุ 1 เดือน
  • เมื่อต้นติดตามีฉัตรใบ 1 ฉัตรใบแก่ นำไปใช้ปลูกได้

การปลูกต้นติดตามในถุงที่มีใบ 1 ฉัตร มีข้อดี คือ ไม่ต้องปลูกซ่อมจากสาเหตุตาไม่แตก แต่ต้องระมัดระวังในการขนส่งและขนส่งได้ปริมาณน้อยกว่าแบบที่ 1 ใช้ระยะเวลาการผลิตนานกว่า 1-2 เดือน ต้นทุนการผลิตจึงสูงกว่า